สิ่งแวดล้อม

สยามโกลบอลเฮ้าส์ เดินหน้าขยายระบบกักเก็บพลังงาน BESS สู่สาขาทั่วประเทศ เสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มุ่งสู่ Smart Energy Ecosystem

31 สิงหาคม 2569

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท เออีเอสคอน จำกัด และบริษัท Integra R.E. จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาและขยายการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) สำหรับสาขาของโกลบอลเฮ้าส์ทั่วประเทศ โดยนำโซลูชัน Huawei LUNA2000-241-2S1 ขนาด 241 kWh มาใช้ร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสายส่ง (Grid) และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

พิธีลงนาม MOU จัดขึ้น ณ Huawei Digital Power Hall เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้บริหารจากทั้ง 3 บริษัท โดยมีนายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) , คุณอภิลาศ สุริยวนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีเอสคอน จำกัด , คุณจุนเร คาสโตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท Integra R.E. จำกัด , Mr. Zeng Yong ประธานกลุ่มธุรกิจหัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ ประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานและหารือแนวทางการนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการพลังงานของโกลบอลเฮ้าส์

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจาก Solar PV โดยระบบ BESS สามารถกักเก็บพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ในช่วงกลางวัน เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเย็นหรือช่วงที่ระบบ Solar PV ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในสาขา หรือ Maximize Self-Consumption ขณะเดียวกัน ระบบยังสามารถบริหารจัดการช่วงเวลาการชาร์จและจ่ายพลังงานให้สอดคล้องกับอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Time of Use (TOU) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงาน

นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา Solar PV มีส่วนสำคัญในการช่วยให้สาขาสามารถผลิตและใช้พลังงานสะอาดในช่วงกลางวัน ขณะที่ระบบ Battery Energy Storage จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยสามารถจัดเก็บพลังงานส่วนเกินและนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่ Solar PV ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบ Grid และสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานของสาขาให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น”

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสยามโกลบอลเฮ้าส์ในการนำเทคโนโลยี Energy Storage มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทมีแผนขยายการติดตั้งระบบ BESS ไปยังสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและสามารถขยายผลได้ในวงกว้าง

ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของสยามโกลบอลเฮ้าส์ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งจะสนับสนุนการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ และวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว