การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs

เป้าหมายที่ 12:
แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 13:
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายที่ 17:
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

คู่ค้าที่มีนัยสำคัญลำดับที่ 1 ที่ได้รับการประเมิน
ร้อยละ 100
อัตราการตอบแบบประเมินตนเองด้านความยั่งยืนของคู่ค้า (Self-Declaration)
ร้อยละ 63.06
Significant Supplier
37
% of total spend on significant suppliers in Tier-1
52.25%

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ความมุ่งมั่น

บริษัทฯมุ่งบริหารการจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหาสินค้า การบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบให้ลูกค้าในทุกสาขาทั่วประเทศ โดยบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและพัฒนาคู่ค้าที่มีมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัยแรงงาน จริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯดำเนินการบริหารห่วงโซ่อุปทานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้

  1. การจัดหาสินค้าอย่างรับผิดชอบ โดยการคัดเลือกและประเมินคู่ค้าตามเกณฑ์ด้านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยแรงงาน การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า (Global Soft) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงการสร้างความร่วมมือเชิงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ศูนย์กระจายสินค้าวังน้อยเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการสินค้า พร้อมนำระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System : WMS) และระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System : ASRS) มาใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า ลดความสูญเสีย ลดการใช้พื้นที่อย่างไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการโลจิสติกส์
  3. การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระบบวางแผนเส้นทางขนส่งอัจฉริยะ (GBH Logistics) เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสม ลดระยะทางขนส่ง ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งบริหารจัดการยานพาหนะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ต่อเที่ยวขนส่ง
  4. การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเชิงวิเคราะห์ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบ ERP , WMS, POS และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการพยากรณ์ความต้องการสินค้า การบริหารสต็อก และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. การสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาคู่ค้า เพื่อสื่อสารความคาดหวังและแนวทางด้านความยั่งยืนขององค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาคู่ค้าตามหลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยแรงงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สร้างพลังความร่วมมือ และความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

ระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มีกรอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนที่เป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้มีส่วนได้เสียและคู่ค้าดำเนินงานตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลเป็นผู้กำกับดูแล โดยครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกคู่ค้า การจัดทำสัญญา การประเมินผล และการพัฒนาคู่ค้า โดยบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นทางการ พร้อมดำเนินการประเมินคู่ค้ารายสำคัญอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากการตรวจสอบเอกสารและการตรวจประเมินพื้นที่จริง (On-site Audit) เพื่อประเมินความสอดคล้องด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงติดตามแผนปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

บริษัทฯได้พัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในผ่านการอบรมด้าน ESG สำหรับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และดำเนินการเทียบเคียงผลการดำเนินงานด้าน ESG ระหว่างคู่ค้าเพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างแรงจูงใจเชิงบวก และเสริมสร้างความร่วมมือระยะยาวตลอดห่วงโซ่อุปทาน นำไปสู่ความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

1

การคัดเลือกคู่ค้า

การจัดหาเป็นกระบวนการสำคัญเพื่อกำหนดค่าใช้จ่ายและคุณภาพสินค้าและบริการ ที่บริษัทฯ จะนำมาใช้ในการดำเนินกิจการ จึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนดำเนินการที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท ด้วยความเป็นธรรม สมเหตุสมผล โปร่งใส สามารถตรวจสอบและอธิบายได้ นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับคู่ค้าที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน และเสริมสร้าง สัมพันธภาพในการทำงานที่ดีกับคู่ค้าบนพื้นฐานของการให้เกียรติและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกคู่ค้าที่เหมาะสม โดยจะต้องมั่นใจว่ากระบวนการคัดเลือกและการปฏิบัติต่อคู่ค้าเป็นไปอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำธุรกิจ กับคู่ค้า บริษัทผู้ผลิต และผู้รับเหมา (“คู่ค้า”) ที่ดำเนินการอย่างเป็นธรรม ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกที่ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม(ESG) ดังนี้

  • มีประวัติทางการเงินที่เชื่อถือได้และมีศักยภาพ ที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯได้ในระยะยาว
  • มีกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามข้อกำหนดตามกฎหมาย อาทิ การไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบคุณภาพได้
  • สามารถจัดส่งสินค้าได้ในปริมาณและเวลาตามที่ตกลง
  • ให้การสนับสนุนด้านการส่งเสริมการขายและการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้า
  • การให้ความร่วมมือกับบริษัทฯในเรื่องตัวอย่างสินค้า ใบเสนอราคา หรือ ข้อมูลอื่นๆ เช่น การปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมถึงจริยธรรมทางธุรกิจ แรงงานและสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และ กฎหมายและข้อกำหนด
มาตรการดำเนินการ กรณีคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • เจรจาแก้ไขปัญหาโดยมีการกำหนดขอบเขตปัญหาและระยะเวลาที่ชัดเจน
  • การตักเตือนด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษร
  • การบอกเลิกสัญญาการค้า
  • การเรียกร้องค่าเสียหาย
2

การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าทั้งคู่ค้ารายเดิม และคู่ค้ารายใหม่ มีการวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อขายของคู่ค้า โดยพิจารณาจากข้อมูลที่จำเป็น เช่น จำนวนคู่ค้า กลุ่มสินค้าที่สั่งซื้อมูลค่าการสั่งซื้อและแหล่งที่อยู่ของคู่ค้าเพื่อนำไปวิเคราะห์กระบวนการทำงานและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลการซื้อขายของคู่ค้า

แหล่งที่มาของสินค้า จำนวน (ราย) อัตรา (ร้อยละ)
ประเทศไทย 693 81.15
ต่างประเทศ 161 18.85

บริษัทฯ ได้ระบุประเภทและจัดกลุ่มคู่ค้าที่สำคัญ โดยบริษัทฯ มีเกณฑ์การคัดเลือกจากยอดซื้อและคู่ค้าที่หาสินค้าอื่นมาทดแทนได้ยาก เพื่อระบุว่าคู่ค้ารายใดเป็นคู่ค้ารายสำคัญของบริษัท และเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากคู่ค้า

  • คู่ค้าสำคัญ (SIGNIFICANT SUPPLIER) หมายถึง คู่ค้าที่มียอดซื้อสูง สินค้าทดแทนยาก โดยจะถือว่าคู่ค้าเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม HIGH RISK TIER 1SUPPLIER จะต้องผ่านการประเมินคู่ค้า (SUPPLIER EVALUATION) ทุกปี
  • คู่ค้าสำคัญลำดับถัดไป (NON-SIGNIFICANT SUPPLIER) หมายถึง คู่ค้าที่มียอดซื้อปานกลางหรือต่ำ และความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง หรือต่ำ ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม HIGH RISK TIER 1 SUPPLIER

จากหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มคู่ค้าและการประเมินความเสี่ยงดังกล่าว กำหนดให้คู่ค้าลำดับที่ 1 (Tier 1) ต้องเป็นคู่ค้าที่มีการทำธุรกรรมร่วมกันหรือมีการซื้อขายสินค้าและบริการโดยตรงกับบริษัท ส่วนคู่ค้าลำดับถัดไป (Non-Tier 1) คือคู่ค้ารองที่ไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าและบริการกับบริษัทโดยตรง โดยในปี 2568 จากการจัดกลุ่มตามเกณฑ์ดังกล่าว บริษัทฯ มีการทำธุรกรรมเฉพาะกับคู่ค้าลำดับที่ 1 เท่านั้น และไม่มีคู่ค้าลำดับถัดไป (Non-Tier 1) รวมถึงการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าพบว่า บริษัทฯ ไม่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากคู่ค้าของบริษัทฯ

3

การกำกับดูแลและการตรวจประเมินคู่ค้าด้าน ESG

บริษัทฯ มีระบบการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการระบุและประเมินกลุ่มคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk-based Screening) เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนการตรวจประเมินและการพัฒนาคู่ค้าอย่างเหมาะสม โดยกำหนดให้คู่ค้ารายสำคัญต้องดำเนินการประเมินตนเองด้าน ESG (Self-Declaration) ผ่านระบบ Global Soft เป็นประจำทุกปี และดำเนินการตรวจประเมินพื้นที่ปฏิบัติงานจริง (On-site ESG Audit) โดยมอบหมายให้ฝ่ายจัดซื้อเป็นผู้ตรวจประเมิน เพื่อประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมทางธุรกิจ

ทั้งนี้ กรณีที่พบประเด็นความเสี่ยงหรือข้อไม่สอดคล้อง บริษัทฯ จะร่วมกับคู่ค้ากำหนดแผนปรับปรุง (Corrective Action Plan) พร้อมติดตามผลอย่างเป็นระบบ ผ่านการให้คำแนะนำ การอบรม และการประชุมร่วม เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนและสร้างความร่วมมือระยะยาวตลอดห่วงโซ่อุปทาน

4

การพัฒนาคู่ค้า (Supplier Development)

บริษัทฯ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยนำระบบ Vendor Managed Inventory (VMI) มาใช้ร่วมกับคู่ค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง ลดความสูญเปล่า และเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

ระบบ VMI เปิดโอกาสให้คู่ค้าเข้าถึงข้อมูลยอดขายและระดับสินค้าคงคลังของบริษัทในแต่ละสาขาแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ในการวางแผนการผลิต การจัดส่ง และกิจกรรมส่งเสริมการขายได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้สามารถลดปริมาณสินค้าคงค้าง ลดการขาดสต็อก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน แนวทางดังกล่าวช่วยยกระดับความร่วมมือระยะยาวกับคู่ค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองฝ่าย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทในภาพรวม

5

การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)

บริษัทตระหนักดีว่าการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว(Green Procurement) เป็นกระบวนการหรือกิจกรรมอย่างหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัท เนื่องจากการจัดซื้อเป็นกระบวนการสำคัญของทุกธุรกิจที่มีบทบาทอย่างมากในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯได้สนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว โดยมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท รวมถึงการ สรรหาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. การจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • การจัดซื้อรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า(Electric Forklift) ให้กับสาขาที่เปิดใหม่ แทนรถโฟล์คลิฟท์ประเภทแก๊สและน้ำมัน และทดแทนรถโฟล์คลิฟท์ของสาขาเดิมที่ครบอายุการใช้งานแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา โดยการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในด้านเสียง กลิ่น และมลพิษทางอากาศ
    • การจัดซื้อรถยกไฟฟ้า (Electric Stacker) เพื่อใช้โยกย้ายสินค้าภายในพื้นที่ขายปลีกของทุกสาขา
    • รถยนต์ระบบไฮบริด บริษัทมีนโยบายจัดซื้อรถยนต์ระบบไฮบริดสำหรับผู้บริหาร เนื่องจากเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐาน
  2. การสรรหาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทได้จัดเป็นกลุ่มสินค้าESG ซึ่งประกอบด้วยสินค้ากลุ่มประหยัดพลังงาน กลุ่มลดโลกร้อน กลุ่มประหยัดทรัพยากรธธรมชาติ กลุ่มส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มสินค้าเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ และกลุ่มสินค้าเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตใหม่
6

การอบรมพัฒนาศักยภาพของพนักงานจัดซื้อจัดหา

บริษัทฯ จัดให้มีการอบรมพัฒนาศักยภาพของพนักงานจัดซื้อจัดหาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสื่อสารนโยบาย จรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติของคู่ค้า หลักเกณฑ์ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ และเหมาะสม สามารถดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วโดยใช้องค์ความรู้ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

รายละเอียดการจำแนกคู่ค้า 2566 2567 2568
คู่ค้าลำดับที่ 1 875 1,058 854
Significant Supplier 38 36 37
Non-Significant Supplier 837 1,022 817
% of total spend on significant suppliers in Tier-1 54.21% 50.92% 52.25%
2566 2567 2568
อัตราการตอบแบบประเมินตนเองด้านความยั่งยืนของคู่ค้า (Self-Declaration) 71.99% 40.51% 63.06%
จำนวนคู่ค้าที่ผ่านการตรวจประเมินตนเอง 491 (จาก 682ราย) 316 (จาก 780 ราย) 437 (จาก 693 ราย)
คู่ค้าที่มีนัยสำคัญลำดับที่ 1 ที่ได้รับการประเมิน ร้อยละ 84 ร้อยละ 67 ร้อยละ 100
จำนวนคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้าน ESG สูง 4 0 0
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินแบบลงพื้นที่จริง (ON SITE AUDIT) 5 5 3
คู่ค้าได้รับการสื่อสารจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติของคู่ค้า ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 ร้อยละ 100
คู่ค้าได้รับการสื่อสารนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 ร้อยละ 100