การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs

เป้าหมายที่ 7:
พลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนทุกคนสามารถเข้าถึงได้
เป้าหมายที่ 12:
แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 13:
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายที่ 14:
การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล
เป้าหมายที่ 15:
การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

เป้าหมาย

  • 1 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ ขอบเขตที่ 2 ต่อรายได้รวมลดลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573
  • 2 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

กลยุทธ์

เพิ่มพลังงานงานทดแทน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกระบวนการและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

เพิ่มพื้นที่สีเขียว
+47,200
ตร.ม.
40.00%
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope1 และ Scope2 ต่อรายได้รวมลดลง 20% จากปีฐาน (ปีฐาน2565)
โครงการเปลี่ยนรถ Forklift ระบบแก๊สเป็นระบบไฟฟ้า 100% ทุกสาขา
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเพิ่ม 28 คัน รวมทั้งสิ้น 117 คัน และ รถยกไฟฟ้า 274 คัน

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ความมุ่งมั่น

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจก เป็นประเด็นสำคัญที่กระทบต่อความยั่งยืนของโลก เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชากรโลก ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานของบริษัท แต่ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นความท้าทายที่ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัท ในการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเช่น การขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน การนำนวัตกรรมมาพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน มีการดำเนินกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้บริการลูกค้า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง (Scope1) และทางอ้อม (Scope2) โดยใช้นโยบายการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ เป็นประเภทไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และนโยบายการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสายส่ง รวมถึงมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยลดการใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดคือ 58% ของกิจกรรมทั้งหมด

58%
ของกิจกรรมทั้งหมดลดการใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด

มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2)

บริษัทฯ ได้จัดทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2) โดยครอบคลุม 4 ประเด็น คือ 1) การกำกับดูแล (Governance) 2) กลยุทธ์ (Strategy) 3) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และ 4) ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (Metrics and targets) โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้อกับสภาพภูมิอากาศที่มีสาระสำคัญ อันอาจส่งผลกระทบต่อรายงานทางการเงินและการดำเนินงานของกิจการทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ครอบคลุมความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ความเสี่ยงการเปลี่ยนผ่าน Transition Risks

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น

นโยบายและกฎหมาย

  • การเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐ
  • การเพิ่มมาตรฐานสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับและการกำกับดูแลสินค้าและบริการที่มีอยู่เดิม
  • ความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและความต้องการสินค้าและบริการที่ลดลง

เทคโนโลยี Technology

  • การลงทุนในเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น การค้นคว้า และวิจัย สินค้าและบริการทางเลือกที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ
  • ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ
  • รายจ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในเทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีทางเลือก
  • การลงทุนในทรัพย์สินประเภททุนในการพัฒนาเทคโนโลยี
  • ความต้องการสินค้าและบริการที่ลดลง
  • ค่าใช้จ่ายเพื่อการรับ/ปรับใช้วิธีปฏิบัติและกระบวนการใหม่ ๆ

การตลาด Marketing

  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค
  • ความไม่แน่นอนในสัญญาณจากตลาด
  • แนวโน้มผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลให้การจัดหาสินค้าและความพร้อมของสินค้าที่ยั่งยืนมีความยากลำบากรวมถึงต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น
  • ความต้องการสินค้าและบริการที่ลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น

ชื่อเสียง (Reputation)/strong>

  • ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
  • ความกังวัลที่เพิ่มขึ้นของผู้มีส่วนได้เสียและความเห็นเชิงลบจากผู้มีส่วนได้เสีย
  • รายได้ที่ลดลงจากความต้องการสินค้าและบริการที่ลดลง
  • รายได้ที่ลดลงจากผลกระทบเชิงลบต่อการบริหารและวางแผนกำลังคน
  • การลดลงของเงินทุนที่มีพร้อมใช้ เนื่องจากภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของบริษัทเชิงลบ

ความเสี่ยงทางกายภาพ Physical Risk

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น แผนปฏิบัติการ

แบบฉับพลัน

  • พายุไซโคลน
  • อุทกภัย (น้ำท่วม)

แบบเรื้อรัง

  • การเปลี่ยนแปลงในการกระจายของฝนและการแปรปรวนทางสภาพอากาศ
  • อุณภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการหยุดชะงักของบริษัทฯ เนื่องจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • การลดลงของรายได้ เนื่องจากการหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจ (เช่น การปิดสาขา ปัญหาการขนส่ง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน)
  • รายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบเชิงลบต่อกำลังคน (เช่น สุขภาพ ความปลอดภัย และอัตราการขาดงาน)
  • ค่าปรับปรุงสาขาที่เสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อใช้ในการป้องกันที่สูงขึ้น
  • ค่าปรับปรุงสำหรับการก่อสร้างสาขาใหม่
  • ค่าใช้จ่ายในการรับมือและบรรเทาอุทกภัยเพิ่มขึ้น
  • เบี้ยประกันที่เพิ่มสูงขึ้นและความเป็นไปได้ที่จะมีการประกันภัยที่น้อยลงสำหรับพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูง

แบบฉับพลัน

  • ประเมินสภาพอากาศความแข็งแรง และความสมบูรณ์ของโครงสร้างอาคารร้านค้า เพื่อป้องกันการรั่วไหลและความเสียหาย
  • ทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลเพื่อขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทำที่กั้นน้ำ สำหรับสาขาที่มีความเสี่ยงสูง

แบบเรื้อรัง

  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ความสะอาด และความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • เพิ่มความพร้อมของพนักงานและความรู้ทางการแพทย์เบื้องต้น กรณีเกิดฮีทสโตรกหรืออาการที่เกี่ยวข้อง หากเกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้น
  • รักษาการติดต่อกับหน่วยงานท้องถิ่น และระดับชาติในขณะที่ตรวจสอบระดับน้ำทะเลเป็นประจำ

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินธุรกิจ และตระหนักถึงบทบาทขององค์กรในการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO) เพื่อวัดและติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมหลักขององค์กร เช่น การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และการขนส่ง โดยรายงานผลในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) การประเมินดังกล่าวครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง ขอบเขตที่ 1 ขอบเขตที่ 2 และขอบเขตที่ 3 ตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง และได้รับการทวนสอบโดย บริษัท วีกรีน เคยู จำกัด (V GREEN) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้ ปี พ.ศ. 2565 เป็นปีฐาน สำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการตั้งเป้าหมาย วางแผน และติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขอบเขตที่ 1 ขอบเขตที่ 2 ขอบเขตที่ 3
  • ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ
  • ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับทดสอบอุปกรณ์,รถตัดหญ้า,Generator/Fire pump
  • ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถ Forklift
  • ปริมาณการใช้สารดับเพลิง CO2
  • ปริมาณสารทำความเย็นในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Chiller เครื่องปรับอากาศ ตู้กดน้ำและตู้แช่
  • ปริมาณการเกิดมีเทนจาก Septic tank
  • ปริมาณมีเทนจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบactivated sludge
  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้า
  • ปริมาณการเบิกกระดาษ ขนาด A4 70แกรม/A5
  • ปริมาณการเบิกถุงหูหิ้ว (LDPE)
  • น้ำประปาส่วนภูมิภาค/การประปานครหลวง
  • การได้มาน้ำมันแก๊สโซลีน/เบนซิน/ดีเซล/LPG/ไฟฟ้า
  • การขนส่งวัตถุดิบ (กระดาษ ถุงหูหิ้ว)
  • การจัดการขยะแบบฝังกลบ
  • การกำจัดซากผลิตภัณฑ์ (กระดาษพิมพ์ใบกำกับภาษี(A5) ถุงหูหิ้ว กระดาษ)
  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าผู้เช่า

รายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO)

ปริมาณการปล่อย (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) 2566 2567 2568
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) 11,142 14,131 16,058
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงานไฟฟ้า (Scope 2) 36,998 48,209 48,250
ปริมาณรวมทั้งหมดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) 9,314 11,747 10,599
1. Purchased goods and services 577.73 606.67 604.09
2. Capital goods - - -
3. Fuel-and energy-related activities 8,631.15 10,837.75 9,631.37
4. Upstream transportation and distribution 36.5 5.23 3.40
5. Waste generated in operations - 234.84 289.79
6. Business Travel - - -
7. Employee commuting - - -
8. Upstream Leased Assets N/A N/A N/A
9. Downstream transportation and distribution - - -
10. Processing of sold products N/A N/A N/A
11. Use of sold products - - -
12. End-of-life treatment of sold products 25.32 22.00 22.44
13. Downstream Leased Assets 42.43 39.88 47
14. Franchises N/A N/A N/A
15. Investments - - -

หมายเหตุ : บริษัทฯ ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 และได้ผ่านการทวนสอบแล้ว

TGO Guidance of the Carbon Footprint for Organization

การดำเนินการด้านความยั่งยืน