โกลบอลเฮ้าส์ มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งรักษาการเติบโตควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนทั่วทั้งองค์กรอย่างเหมาะสม และการนำเทคโนโลยีลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขัน

บริษัทฯ ขับเคลื่อนนโยบายการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้ความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และธรรมาภิบาล

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2568 เป็นอีกปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างยังคงเติบโตในอัตราจำกัด

ภายใต้บริบทดังกล่าว คณะกรรมการและฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ มีวินัยทางการเงิน และมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในปี 2568 บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ขยายสาขาในประเทศเพิ่มอีก 6 สาขา ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,941.36 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อนหน้า 17.98% จากแรงกดดันด้านสภาพเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจและศักยภาพในการปรับตัวท่ามกลางความผันผวน

นอกเหนือจากการมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ คณะกรรมการและฝ่ายบริหารยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยมุ่งบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชน ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความมุ่งมั่นดังกล่าวทำให้บริษัทได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับประเทศจากการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน “SET ESG Ratings” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยระดับ AAA และได้รับคะแนน CGR ในระดับดีเยี่ยม หรือ 5 ดาว อยู่ใน Top Quartile ตลอดจนในระดับสากลจากการได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก “S&P Global Sustainability Yearbook” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงผลการประเมิน ASEAN CG Scorecard ซึ่งล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส รับผิดชอบ และยั่งยืน

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา คณะกรรมการขอยืนยันว่าจะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจปีที่ 29 ด้วยความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

ประธานกรรมการ