การบริหารความเสี่ยงและการจัดการภาวะวิกฤต
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
SDGs
เป้าหมายที่ 16:
ความท้าทายและโอกาส
ความมุ่งมั่น
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจอยู่บนความไม่แน่นอน และเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัท รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทได้ การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤตจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยป้องกัน หรือบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิผล โดยครอบคลุมประเด็นที่สำคัญทั้งในด้าน ESG พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงในองค์กร เพื่อให้สามารถจัดการกับภาวะวิกฤตได้อย่างราบรื่น ตลอดจนการเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ จัดให้มีนโยบายและแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มแข็ง มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อสามารถจัดการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีกระบวนการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
- การกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง : เป็นการกำหนดขอบเขต ความรับผิดชอบ แนวทางบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ และเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัท
- การระบุความเสี่ยง : เป็นการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัท โดยพิจารณาจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ให้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ด้านปฏิบัติการ ด้านการเงิน ด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ความเสี่ยงในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
- การประเมินความเสี่ยง: เป็นการประเมินระดับของความเสี่ยงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในด้านโอกาสที่จะเกิด และผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัท หากความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้น เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงและกำหนดวิธีการจัดการความเสี่ยงนั้นๆ
- การจัดการความเสี่ยง : เป็นการกำหนดวิธีการจัดทำแผนจัดการความเสี่ยงที่มีความสำคัญ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดและผลกระทบหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยต้องจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- การติดตามและทบทวน : เป็นการติดตามผลการบริหารความเสี่ยงตามแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งการประเมินผลการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงของบริษัทได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม โดยฝ่ายจัดการจะติดตามและรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทรับทราบ
โครงสร้างและความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง
หน้าที่ความรับผิดชอบ
-
คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด โดยมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงเป็นตัวแทนในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง และสอบทานให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้ฝ่ายจัดการทำหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงของบริษัท และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ
-
สำนักงานตรวจสอบ
สำนักงานตรวจสอบทำหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงานกำกับและสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อให้ความเชื่อมั่นว่ามีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพเพียงพอ พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
-
คณะทำงานบริหารจัดการความเสี่ยง
ฝ่ายจัดการได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการความเสี่ยงขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง และกรอบการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งองค์กร รวมทั้งกำกับดูแลให้มีระบบ หรือกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับสายงานเป็นตัวแทนจากฝ่ายงานต่างๆที่เป็นเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) ร่วมเป็นคณะทำงาน รวม 10 คน มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

- จัดทำนโยบายบริหารความเสี่ยง กรอบการบริหารความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกระบวนการบริหารความเสี่ยง เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง พิจารณาให้ความเห็นชอบ
- ระบุความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร (Corporate Risk) ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า (Emerging Risks) เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง พิจารณาให้ความเห็นชอบ
- ประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถประเมิน ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- จัดทำดัชนีชี้วัดความเสี่ยงระดับองค์กร (Corporate Key Risk Indicator: KRI) เพื่อใช้ในการติดตามแนวโน้มความเสี่ยง และ ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicator: KPI) ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์ความเสี่ยงและเพื่อควบคุมกิจกรรมลดความเสี่ยงให้เป็นไปตามเป้าหมาย (ต้องเพิ่ม KPI ในหน้าที่รับผิดชอบของคณะทำงานความเสียง และในนโยบายการบริหารความเสี่ยง)
- จัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยง การดำเนินงาน สถานะความเสี่ยงของบริษัท และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ
- ติดตามแนวโน้มและสถานการณ์ความเสี่ยง มาตรฐานและกรอบการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- เสริมสร้างวัฒนธรรมด้านการจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Risk Culture) เพื่อเป็นรากฐานของการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติการบริหารความเสี่ยง
การเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Culture)
บริษัทฯ ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงให้กับพนักงานทุกระดับ เพื่อให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังวางรากฐานการบริหารความเสี่ยงที่ดีและเป็นสากลตามแนวทาง COSO (Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) เพื่อให้สามารถนำระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีแนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

- กำหนดนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน และจัดให้มีการทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี รวมทั้งจัดให้มีการสื่อสารภายในองค์กรให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับรับทราบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้ตระหนักถึงความเป็นไปได้ของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ผลกระทบของความเสี่ยง ความสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง และการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสี่ยง
- กำหนดให้นำการบริหารความเสี่ยงเข้าเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจในการอนุมัติโครงการ การพัฒนาบริการใหม่ และการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน
- กำหนดให้นำการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จของงาน (KPI) ในการประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงและระดับสายงาน เพื่อเป็นการติดตามและสนับสนุนงานบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ
-
กำหนดให้มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงระหว่างหน่วยงาน ตามแนวทางการป้องกัน 3 ระดับ (Three Lines of Defense) เพื่อให้เกิดการ Check & Balance ในการป้องกัน หรือ ลดความเสี่ยง ลดข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสีย โดยแบ่งหน่วยงานออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
- First Line of Defense คือ หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง หรือหน่วยงานผู้ปฏิบัติงาน มีหน้าที่กำกับดูแลงานของตนเองให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้มีการควบคุมภายในและจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Second Line of Defense คือ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล และสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานผู้ปฏิบัติ
- Third Line of Defense คือ หน่วยงานภายในและภายนอกองค์กรที่ทำหน้าที่สอบทานกระบวนการปฏิบัติงาน
- สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการประเมินและระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยงานที่รับผิดชอบ(Risk Owner) และกำหนดกระบวนการจัดการ เพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมทั้งรายงานต่อคณะทำงานบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท
- ส่งเสริมให้มีการอบรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง หรือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน รวมถึงการพัฒนาโปรแกรม“Skill Hub” เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง (E-Learning) ในแอพพลิเคชั่น Agilis HR ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยผ่านSmart phone ของตนเอง
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks)
| ความเสี่ยง | ผลกระทบต่อธุรกิจและมาตรการการบริหารความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงจากการปรับตัวเข้าสู่สังคมแห่งคาร์บอนต่ำ |
“สังคมคาร์บอนต่ำ”(Low Carbon Society) ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อให้มนุษย์และสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หรือ Eco-Friendly จึงเป็นหัวใจของการปรับตัวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยโดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย การตลาด การใช้งานของผู้บริโภค ตลอดจนการกำจัด หรือ รีไซเคิล เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน โดยกระบวนการทั้งหมดต้องคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ผลกระทบต่อธุรกิจ แนวคิดการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่มีผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ หากบริษัทฯ ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจต้องเผชิญความเสี่ยงในหลายด้าน เช่น ด้านกฎระเบียบที่กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ด้านต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ด้านชื่อเสียงภาพลักษณ์ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ด้านการแข่งขันที่สูญเสียโอกาสทางการตลาดให้กับคู่แข่งที่สามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการที่มีประสิทธิภาพกว่า มาตรการบรรเทาผลกระทบ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัวของผู้บริโภคในการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และได้ดำเนินการบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการสนับสนุนและส่งเสริมการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทาง “การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือสินค้ากลุ่ม ESG โดยดำเนินการจัดกลุ่มสินค้า ESG อย่างชัดเจน และกำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากลุ่ม ESG ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ต่อรายได้จากการขายทั้งหมดภายในปี 2568 เพื่อสนับสนุนการบริโภคอย่างรับผิดชอบ (Responsible Consumption) และการขับเคลื่อนองค์กร สู่การดำเนินธุรกิจในยุคสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 โดยอยู่ที่ ร้อยละ 33.73 ร้อยละ 42.20 และร้อยละ 45.28 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังดำเนินการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มเทรนด์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการดำเนินงานของและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ |
| ความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme weather events) |
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วม ฝนตกหนัก พายุไซโคลน ลมแรง คลื่นความร้อนและภัยแล้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งในด้านการให้บริการลูกค้า การจัดการโลจิสติกส์ การจัดเก็บสินค้าภายนอกอาคาร และความปลอดภัยของพนักงานในแต่ละสาขาทั่วประเทศ ผลกระทบต่อธุรกิจ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอาจก่อให้เกิดความเสียต่อทรัพย์สิน อาคาร โครงสร้างพื้นฐาน และสินค้าคงคลังของบริษัท ส่งผลให้การดำเนินงานบางสาขาอาจต้องหยุดชะงัก กระทบต่อยอดขายและรายได้ นอกจากนี้อาจเกิดปัญหาความล่าช้าในการขนส่งสินค้าหรือขาดแคลนสินค้าในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโดยรวมของบริษัท มาตรการบรรเทาผลกระทบ บริษัทฯ ดำเนินมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางดังนี้
|
| ความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการบิดเบือนข้อมูล Misinformation and Disinformation |
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆสามารถสร้างข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและสมจริง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง หรือวีดีโอ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร และการตลาด อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้านี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงในการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการบิดเบือนข้อมูลได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Deepfake และเครื่องมือสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ มีความแนบเนียนยากต่อการแยกแยะข้อเท็จจริงจากสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น เช่น การสร้างข่าวปลอมเกี่ยวกับคุณภาพหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การสื่อสารโปรโมชั่นหรือราคาที่คลาดเคลื่อน การสร้างเว็บไซต์หรือเพจปลอม รวมถึงการแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทเพื่อหลอกลวงลูกค้า หรือการให้ข้อมูลเท็จในการโจมตีชื่อเสียงของบริษัท สามารถเกิดขึ้นและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งผลกระทบจากการบิดเบือนข้อมูลอาจรุนแรงต่อบริษัท ทั้งในด้านภาพลักษณ์ชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และมูลค่าทางธุรกิจ ผลกระทบต่อธุรกิจ การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือการบิดเบือนข้อมูล สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง นักลงทุนไม่มั่นใจในการดำเนินงาน ด้านการเงินส่งผลกระทบต่อยอดขาย มูลค่าหุ้น และการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท รวมถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และการดำเนินงานในระยะยาว มาตรการบรรเทาผลกระทบ บริษัทฯ ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันและรับมือกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือนข้อมูล ดังนี้
|